ประกันชีวิต vs ประกันสุขภาพ
                                                                      

มีคนจำนวนมากเข้าใจว่าถ้าทำประกันชีวิตแล้ว เมื่อเจ็บป่วยหรือได้รับอุบัติเหตุ จะสามารถเบิกค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลจากบริษัทประกันชีวิตได้ ความจริงก็คือเบิกได้ ถ้ากรมธรรม์ประกันชีวิตที่บุคคลนั้นถือครองอยู่เป็นกรมธรรม์ประกันชีวิตที่มีการซื้อสัญญาเพิ่มเติมในส่วนของการประกันสุขภาพแนบอยู่ด้วย แต่ถ้ากรมธรรม์ประกันชีวิตฉบับนั้นไม่ได้มีสัญญาเพิ่มเติมส่วนนี้ก็จะเบิกไม่ได้ ดังนั้นในขณะที่จะซื้อกรมธรรม์ประกันชีวิต ท่านต้องแน่ใจว่าท่านต้องการความคุ้มครองในส่วนของการประกันประกันสุขภาพหรือไม่ เพราะส่วนของการประกันสุขภาพสำหรับกรมธรรม์ประกันชีวิตนั้นท่านต้องจ่ายเบี้ยประกันเพิ่มเติมจากกรมธรรม์หลัก และท่านสามารถเลือกวงเงินคุ้มครองในส่วนของการประกันสุขภาพได้ด้วยว่าท่านต้องการวงเงินคุ้มครองระดับใดโดยปกติจะแปรผันตามอัตราค่าห้องผู้ป่วยที่ท่านเลือก กล่าวคือหากเลือกอัตราค่าห้องที่สูงกว่า ท่านก็จะได้รับวงเงินคุ้มครองในการเบิกค่ารักษาพยาบาลได้มากกว่า ซึ่งแน่นอนว่าเมื่อเลือกอัตราค่าห้องที่สูง เบี้ยประกันที่ท่านต้องจ่ายเพิ่มก็จะสูงตามไปด้วยและในส่วนของเบี้ยประกันสุขภาพนี้มักจะมีการปรับเพิ่มขึ้นตามช่วงอายุของท่านที่เพิ่มขึ้น ปกติจะปรับเพิ่มขึ้นทุก ๆ 5 ปี แล้วแต่การแบ่งขอบเขตของช่วงอายุที่บริษัทนั้น ๆ กำหนดไว้ เช่น อายุ 30 – 35 ปี / อายุ 36 – 40 ปี / อายุ 41 – 45 ปี เป็นต้น

ส่วนของการประกันสุขภาพที่แนบอยู่กับกรมธรรม์ประกันชีวิตนั้น ถือเป็นกรมธรรม์ประเภทประกันวินาศภัยประเภทหนึ่งคล้ายกับการประกันรถยนต์ คือเป็นการรับประกันปีต่อปีและจ่ายค่าชดเชยเท่าความเสียหาย ( เจ็บป่วย ) ที่เกิดขึ้นจริงแต่ไม่เกินวงเงินคุ้มครองที่ซื้อไว้และไม่ว่าจะมีการเจ็บป่วยเกิดขึ้นในช่วงปีที่ผ่านมาหรือไม่ เมื่อครบช่วงเวลาที่บริษัทกำหนดไว้ว่าจะมีการปรับเพิ่มเบี้ยประกัน อัตราเบี้ยประกันสุขภาพในปีนั้นจะถูกปรับเพิ่มขึ้นโดยอัตโนมัติ แม้ว่าในช่วงที่ผ่านมาผู้ถือกรมธรรม์จะไม่เคยเบิกค่ารักษาพยาบาลก็ตาม เหตุผลสำคัญที่ทำให้เบี้ยประกันสุขภาพเพิ่มขึ้นเมื่ออายุมากขึ้นก็เพราะอัตราความเสี่ยงในการเจ็บป่วยก็จะมากขึ้นนั่นเอง

ในส่วนของการประกันสุขภาพที่ท่านซื้อไว้แนบท้ายกรมธรรม์ประกันชีวิตของท่านนั้น แม้ว่าท่านจะไม่ซื้อสัญญาเพิ่มเติมความคุ้มครองอุบัติเหตุไว้ เมื่อท่านได้รับบาดเจ็บจากอุบัติเหตุ ท่านก็สามารถเบิกค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลจากอุบัติเหตุได้ด้วยตามวงเงินที่ระบุไว้ในสัญญาเพิ่มเติมการประกันสุขภาพที่ท่านซื้อไว้ ทั้งนี้มักจะรวมถึงการบาดเจ็บเล็กน้อยในลักษณะของการรักษาแบบผู้ป่วยนอกด้วย แต่ต้องเป็นการเข้ารักษาในโรงพยาบาลภายในเวลา 24 โมง นับจากเกิดอุบัติเหตุ คือรีบเข้ารักษาพยาบาลทันทีนั่นเองและต้องเป็นการรักษาในโรงพยาบาลเท่านั้นไม่รวมถึงการรักษาตามคลินิก จึงจะสามารถเบิกค่ารักษาพยาบาลจากการประกันสุขภาพที่แนบอยู่กับกรมธรรม์ประกันชีวิตได้

ค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลที่สามารถเบิกได้นั้นปกติจะครอบคลุมถึงค่าใช้จ่ายทั้งหมดที่เกิดขึ้นจริงตั้งแต่ค่าห้อง ค่าอาหารค่าบริการพยาบาล ค่ายา ค่าน้ำเกลือ และค่าใช้จ่ายอื่นๆในการรักษาพยาบาล ค่าศัลยกรรม ค่าห้องผ่าตัด ค่าวางยาสลบ ค่าตรวจในห้องแลบขณะเป็นผู้ป่วยนอก ค่าตรวจ เยี่ยมประจำวันของแพทย์ ทั้งนี้หากผู้ถือกรมธรรม์มีการประกันสุขภาพอยู่หลายฉบับสามารนำค่าใช้จ่ายครั้งนั้นเบิกได้จากทุกกรมธรรม์ตราบเท่าที่ยังไม่เกินค่าใช้จริงที่เกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการประกันจากบริษัทเดียวกันหรือต่างบริษัทก็ตามและจะขอเบิกจากกรมธรรม์ใดก่อนก็ได้ ทั้งนี้รวมถึงข้าราชการ พนักงานรัฐวิสาหกิจ ที่สามารถเบิกจากทางราชการได้อยู่แล้วหรือพนักงานของบริษัท ห้างร้านต่างๆที่สามารถเบิกค่าใช้จ่ายจากกองทุนประกันสังคมก็ยังสามารถเลือกได้ว่าจะเบิกจากประกันสังคมหรือจะเบิกจากกรมธรรม์ประกันสุขภาพ ภายใต้หลักการเดียวกันคือเบิกได้ไม่เกินค่าใช้จ่ายทั้งหมดที่เกิดขึ้นจริงและไม่เกินวงเงินคุ้มครอง และเมื่อเลือกเบิกจากทางใดทางหนึ่งแล้วหากได้รับการชดใช้จนครบถ้วนตามใบเสร็จครั้งนั้นแล้วก็ไม่สามารถไปขอเบิกจากที่อื่นได้อีก

Back to Top

 
Google