ประกันชีวิต :: โครงการคุ้มครองหนี้สิน
กรณีตัวอย่าง นายรักครอบครัว อายุ 35 ปี ผู้บริหารระดับกลางในบริษัทเอกชน ได้มีการกู้เงินสถาบันการเงินโดยทำสัญญาสินเชื่อเป็นระยะเวลา 25 ปี เพื่อซื้อทรัพย์สินดังนี้ บ้าน 3,000,000 บาท รถยนต์ 800,000 บาท โดยมีบิดาและมารดา ภรรยา เพื่อนสนิทเป็นผู้ค้ำประกันการกู้ยืม โดยทุกเดือนต้องมีการผ่อนชำระหนี้ มีคำถามที่นายรักครอบครัวต้องถามตนเองดังนี้
- ถ้าสถานการณ์เศรษฐกิจเปลี่ยนแปลงทำให้สถาบันการเงินต้องเพิ่มอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ร้อยละ 1-2 ท่านยังจะต้องกู้สถาบันการเงินต่อไปไหม ?
- ถ้าหากเกิดไม่คาดฝันทำให้นายรักครอบครัวจากไปก่อนวัยอันควร หนี้สินที่ยังผ่อนชำระไม่หมดจะต้องเป็นภาระของใคร ?
- ท่านต้องการให้ค่าผ่อนบ้าน รถยนต์ ที่ชำระในช่วงที่ผ่านมาเป็นเพียงค่าเช่าราคาแพงหรือเป็นค่าผ่อนซื้อบ้านที่แท้จริ ง ?
เพียงแค่นายรักครอบครัวบริหารการเงินโดยเตรียมค่าดอกเบี้ยที่จะเสียให้ธนาคารเพิ่มในอัตราร้อยละ 1 ต่อปี นำมาทำโครงการออมกับเราด้วยการชำระเบี้ยประกันโดยประมาณ 5,598 บาทต่อเดือน (ขึ้นอยู่กับ เพศ อายุ อาชีพ สุขภาพของผู้เอาประกัน) ในช่วงเวลา 25 ปีจะคุ้มครองหนี้สินให้ในวงเงิน1,400,000 บาท จะได้รับผลประโยชน์เงินสดคืนเมื่อครบกำหนดสัญญา ณ สิ้นปีกรมธรรม์ที่ 25 เป็นเงินสดรวม 2,188,220 บาท
นอกจากนี้ยังได้รับสิทธิพิเศษดังนี้
- การตรวจสุขภาพประจำปีสำหรับลูกค้าระดับ VIP ที่โรงพยาบาลชั้นนำ
- การลดหย่อนภาษีสูงสุด 100,000 บาทต่อปี
- กรณีเกิดอุบัติเหตุ หรือถูกลอบทำร้ายถึงขั้นทุพพลภาพถาวรจะได้รับการยกเว้นเบี้ยประกัน โดยบริษัทฝากแทนจนครบสัญญา
- กรณีเกิดเหตุไม่คาดฝันถึงขั้นจากไป บริษัทจะจ่ายเงินประกันให้ผู้รับผลประโยชน์ที่ระบุกรมธรรม์โดยไม่ต้องมีการต้องฟ้องร้องที่ศาลเพื่อฟ้องร้องเรื่องผลประโยชน์ในส่วนนี้
|