| 6 คาถาสอนลูกให้รวย |
|
1. เป็นแบบอย่างทางการเงินให้ลูกๆ เด็กๆ นั้นเรียนรู้จดจำและทำตามได้ดีที่สุดผ่านการสังเกตวิธีดำเนินชีวิตของพ่อแม่นั่นเอง ไม่ใช่การทำตามี่พ่อแม่สั่งหรือสอนด้วยคำพูด ฉะนั้น หากลูกเห็นคุณพ่อคุณแม่ประหยัด รู้จักเก็บออม ลูกก็มีแนวโน้มที่จะฝึกฝนและทำตามจนเป็นคนรู้จักเก็บออมได้ในอนาคตด้วย โดยมีแรงเสริมของคุณพ่อคุณแม่ที่คอยอธิบายให้ลูกเห็นความสำคัญ รู้จักขั้นตอนวิธีเก็บเงิน และหลีกเลี่ยงค่าใช้จ่ายต่างๆที่ไม่จำเป็น เพื่อให้เก็บออมได้เป็นผลสำเร็จน่าชื่นใจ |
|
2. ให้เบี้ยเลี้ยงเป็นรายประจำแก่ลูก แทนการให้ทุกครั้งที่ร้องขอ ไม่ว่าจะเป็นรายวัน รายสัปดาห์ ราย 15วัน หรือรายเดือน (อาจจะพิจารณาเลือกช่วงระยะห่างของการให้เบี้ยเลี้ยงตามอายุ และความสามารถ ในการจัดการเงินของลูก) วิธีนี้จะสอนให้ลูกรู้จักจัดลำดับความสำคัญก่อน-หลังในการใช้จ่าย ว่าควรหรือไม่ควรซื้ออะไร ตอนไหน อย่างไร และยังสอนให้เขารู้จักชั่งใจเลือกระหว่างการใช้จ่ายกับการเก็บออมไว้สำหรับอนาคตด้วย |
|
3.
สอนลูกให้รู้จักค่าของเงิน เมื่อตกลงให้เบี้ยเลี้ยงในจำนวนเงินที่แน่นอนแก่ลูกเป็นรายประจำแล้วต้องใจแข็ง อย่ายอมให้ลุกมาเบิกเงินล่วงหน้าไปใช้แบบง่ายๆอย่างเด็ดขาด หากจำเป็นต้องอนุญาตจริงๆ ให้คิดดอกเบี้ยเงินกู้กับลูกด้วย เพื่อสอนให้ลูกมีวินัยรู้จักระมัดระวังในการใช้จ่ายและเรียนรู้ว่าของฟรีดีๆไม่มีในโลก |
|
4. สอนและให้โอกาสลูกหาเงินใช้เอง นี่เป็นวิธีหนึ่งที่จะฝึกลูกให้รู้จักคุณค่าของเงิน เพราะเป็นเงินที่เขาได้มาด้วยน้ำพักน้ำแรงของตัวเอง คุณอาจจัด ระบบการให้ค่าตอบแทนหรือค่าเหนื่อยแก่ลูกเวลาที่เขาช่วยทำงานบ้านบางอย่าง นอกเหนือจากงานบ้านที่เป็นหน้าที่ประจำ (ซึ่งไม่ใช่การติดสินบนแต่อย่างใด) เช่น ให้ลูกช่วยล้างรถ ตัดหญ้าที่สนามหน้าบ้าน แล้วให้ค่าเหนื่อยที่สมน้ำสมเนื้อ หรือให้เขาช่วยเคลียร์ของที่ต้องการโละในบ้าน จัดระเบียบแยกแยะหมวดหมู่ แล้วของชิ้นไหนที่ไม่ต้องการแต่ยังสภาพดีอยู่ อาจขายเป็นของมือสอง แล้วให้เขาเก็บเงินรายได้นั้นไว้เป็นค่าเหนื่อยก็ได้ วิธีนี้นอกจากจะเป็นแรงจูงใจอย่างดีแล้ว ลูกยังได้เห็นคุณค่าของเงินที่หามาได้ด้วยความเหนื่อยยากอีกด้วย |
|
5.
ฝึกทักษะทางธุรกิจให้ลูก ช่วยลูกคิดหาไอเดีย ที่จะทำธุรกิจอย่างง่ายๆ เพื่อหาเงินใช้เองจากสิ่งที่เขาถนัดหรือสนใจ เช่น ทำคุ๊กกี้ หรือน้ำผลไม้ขาย รับจ้างล้างรถหรือพาสุนัขไปเดินเล่น หรือเปิดแผงเล็กๆ ให้เช่าหรือขายหนังสือมือสอง ฯลฯ โดยมีคุณคอยเป็นพี่เลี้ยง เป็นกำลังหนุนทั้งไอเดีย กำลังใจ คำแนะนำ และเงินทุนตั้งต้น นี่คือแบบฝึกหัดชิ้นเยี่ยมบทแรกๆเพื่อก้าวสู่การเป็นผู้ประกอบการในอนาคต |
|
6.
พาลูกไปเปิดบัญชีเงินฝากและ / หรือออมเงินผ่านกรมธรรม์ประกันชีวิต เพื่อฝึกฝนนิสัยการออมให้ลูกตั้งแต่ยังเป็นเด็ก ซึ่งได้ประโยชน์หลายสถาน ทั้งมีเงินเก็บ ได้เรียนรู้การมีเงินงอกเงยในบัญชีธนาคาร / กรมธรรม์ นอกจากลูกจะรู้จักการใช้และตรวจสอบบัญชีเงินฝาก รวมทั้งผลตอบแทนที่เติบโตในกรมธรรม์ของตัวเองแล้ว ยังเป็นการปลูกฝังให้ลูกเรียนรู้ ความสำคัญของการลงทุน ซึ่งการออมเงินในธนาคารและการออมผ่านการซื้อกรมธรรม์ประกันชีวิต ถือเป็นรูปแบบหนึ่งของการลงทุนด้วย |